อื่นๆ

วิชานี้...ไม่มีในโรงเรียน

ผมเชื่อว่าทุกคนรู้…ว่าทุกอย่างไม่แน่ ไม่ยั่งยืน

ผมเชื่อว่าทุกคนรู้…ร่างกายของเราก็ไม่ใช่ของเรา

ผมเชื่อว่าทุกคนรู้…ทุกอย่างเป็นแค่ของที่หยิบยืมมา

ผมเชื่อว่าทุกคนรู้…เรามีผลกรรมเป็นของตน

ผมเชื่อว่าทุกคนรู้…ว่าชีวิตคนเราแสนสั้น (ไม่ถึง 100 ปี เป็นส่วนใหญ่)

โรงเรียนผมโชคดีที่มีโอกาสได้ศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนา ถึงแม้ว่าบางอย่างที่ผมได้รู้มายังเป็นเพียงแต่ทฤษฎี แต่เมื่อได้ประสบกับเหตุการณ์ต่างๆ จึงทำให้รู้ว่า “วิชาไม่มีตัว” เป็นวิชาที่สำคัญมาก

พระพุทธศาสนาสอนให้เรารู้จักเข้าใจชีวิต เข้าใจผู้อื่น แต่ก็เน้นให้เราปฏิบัติให้ดีก่อน ทำตัวเราให้ดีก่อน แล้วค่อยแนะนำผู้อื่น การเข้าใจตัวเรา ไม่ใช่เป็นความเห็นแก่ตัว แต่หากเป็นการพัฒนาตนเองให้ถึงที่สุดต่างหาก ทุกปัญหาที่พานพบ เมื่อถูกแก้ไขด้วยวิธีการที่ถูกต้อง เมื่อเจอปัญหาเดิม ๆ อีก ปัญหาก็กลายเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย

พระพุทธรูปหนังสือธรรมะหรือหนังสือจิตวิทยาต่างๆ เราอาจจะเข้าใจในเนื้อหา แต่บางครั้งเราก็ไม่ได้นำมาใช้ จนวันที่เราแก้ปัญหาไม่ได้หรือเริ่มรู้วิธีแก้ปัญหา เมื่อนั้นความรู้จากคำสอนทางพระพุทธศาสนาก็จะให้ความสำเร็จกับเราได้เป็นครั้ง ๆ ไป

เราไม่สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ได้ทั้งหมด แต่เราสามารถเรียนรู้ปัญหาต่างๆ ได้ และเข้าใจปัญหาที่เกิด จากที่ดูว่าเป็นเรื่องแย่ เรื่องยาก หากได้เรียนรู้อย่างแท้จริง ปัญหาเหล่านั้นก็กลายเป็นเพียงแค่บททดสอบให้เราต้องก้าวผ่านไปให้ได้ เมื่อใดที่ตัวเรารู้สึกล้า ก็ไม่จำเป็นต้องเข้าป่าเสมอไป เพียงแค่สำรวจร่างกายและลมหายใจเราก็พอ

ดอกบัวเพราะเราทุกคนรู้ว่าสิ่งที่เราไม่ชอบใจ ไม่พอใจก็ยังเกิดขึ้นได้อยู่เสมอ เป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นความธรรมดาที่เราต้องเผชิญ ต้องกล้าที่จะเรียนรู้อย่างกล้าหาญ หากผ่านมันไปได้ ก็ถือว่ามีภูมิคุ้มกัน เหมือนมีวัคซีนอยู่ในตัวเรา เมื่อเจอปัญหาตัวใหม่ หากมันอ่อนแรงกว่าเราก็ไม่ต้องกังวล แต่ถ้าหนักหนาและร้ายแรงกว่าก็ต้องใช้เวลาเรียนรู้และก้าวผ่านมันต่อไปให้ได้

หลวงพ่อพุทธทาส ท่านได้ใช้คำอย่างตรงไปตรงมาว่า “ตัวกู…ของกู” เป็นคำที่ชัดเจนถึงการแสดงตัวตน หากเรายึดติดกับทุกอย่างที่คิดว่าเป็นของๆ เรา เราก็ต้องแบกมันไว้ทุกๆ อย่างเช่นกัน แต่ถ้าเราคิดเป็นแค่เพียงของที่หยิบยืมมา ความเป็นเจ้าของก็จะน้อยลง แต่ก็ยังคงต้องรับผิดชอบ ดูแลรักษาจนกว่าจะออกจากการดูแลของเราไป

การเสียสละทรัพย์มีเพื่อนของผมคนหนึ่ง แต่งงานมาได้ 5-6 ปี กับสามี ปัจจุบันทั้งคู่อยู่ในวัย 40 ต้นๆ แล้ว เพื่อนของผมมักจะพูดถึงลักษณะการปล่อยวาง ไม่ยึดติดอยู่เสมอ ก่อนนอนทุกครั้งก็จะพิจารณาว่า “ตัวของเราก็ไม่ใช่ของเรา เงินทองทรัพย์สินก็ไม่ใช่ของเรา ถ้ายังตื่นมีลมหายใจก็ทำหน้าที่ต่อไป” พอตื่นก็ได้ไม่ต้องกังวลอะไร เปิดร้านอาหารเล็กๆ ข้างทาง ทำงานเพียงแค่ดำรงชีพให้ได้อยู่เท่านั้น เงินทองที่มีก็ไม่ได้สะสมมากมาย เพราะว่ายังไม่มีลูกด้วย มีโอกาสก็ขอทำบุญเป็นหลัก ชอบสนทนาธรรมกับลูกค้าอยู่เสมอ ทุกครั้งที่ได้คุยด้วยก็รู้สึกถึงความปล่อยวางแบบชาวบ้านๆ ได้อยู่เสมอ เพราะเพื่อนให้อยู่กับปัจจุบันให้มากที่สุด เมื่อเกิดอะไรขึ้นมาก็ไม่ต้องเสียใจอะไรมากมาย ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะผ่านโลกมาพอสมควร เข้าใจโลก เข้าถึงธรรมมาระดับหนึ่งแล้วนั่นเอง

ความคิดเห็น

กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อทำการคอมเม้นต์