-- advertisement --

กยศ.ชี้แจงกรณีครูผู้ค้ำประกันถูกยึดทรัพย์

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึ กษา (กยศ.) ชี้แจงพร้อมให้ความช่วยเหลื อกรณีครูค้ำประกันนักเรียนที่กู้ยืมเงินแล้วค้างชำระหนี้จนถูกยึ ดทรัพย์ เตือนผู้กู้ยืมให้มีจิตสำนึ กในการชำระเงินคืนเพื่อไม่ให้ เดือดร้อนผู้ค้ำประกันและแบ่งปันโอกาสทางการศึกษาสู่รุ่นน้อง

นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยื มเพื่อการศึกษา เปิดเผยว่า “จากกรณีที่ครูวิภา บานเย็น ได้เป็นผู้ค้ำประกันให้แก่นั กเรียนที่เป็นผู้กู้ยืมตั้งแต่ ปี 2541-2542 จำนวน 60 ราย แต่มีลูกศิษย์ที่ค้างชำระหนี้ กยศ. จนถึงขั้นบังคับคดีกับครูที่เป็ นผู้ค้ำประกันนั้น กองทุนได้ตรวจสอบสถานะคดีของผู้ กู้ยืมที่ครูวิภาได้เป็นผู้ค้ำ ประกันแล้ว พบว่า มีจำนวน 60 ราย จากจำนวนดังกล่าวมีผู้กู้ที่ ชำระหนี้ปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว 29 ราย ชำระหนี้ตามปกติ 10 ราย ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีทั้งสิ้น 21 ราย ในจำนวนคดีที่ถูกฟ้องร้องมี การยึดทรัพย์แล้ว 4 ราย ซึ่งทั้ง 4 รายนี้ ครูวิภาได้มาชำระหนี้ในส่วนที่ ค้ำประกันเรียบร้อยแล้วซึ่ งกองทุนจะดำเนินการถอนการยึดทรั พย์ต่อไป ในส่วนคดีอีก 17 คดีที่เหลือนั้นอยู่ในขั้ นตอนการบังคับคดี ซึ่งทั้ง 17 รายนี้คิดเป็นเงินต้นที่ค้ำ ประกันประมาณ 190,000 บาท สำหรับการช่วยเหลือครูวิภาในส่ วนของคดีที่รอการบังคับคดีนั้น กองทุนจะดำเนินการไกล่เกลี่ยก่ อนการยึดทรัพย์ ซึ่งภาระหนี้ดังกล่าวจะไม่ถึงขั้ นล้มละลายตามที่เป็นข่าว กองทุนขอชื่นชมคุณครูที่ได้ ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แบบและเป็ นผู้ให้อย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม กองทุนขอชี้แจงว่า ที่ผ่านมาในการติดตามหนี้กองทุ นไม่ได้ละเลยที่จะติดตามผู้กู้ ยืม และได้ดำเนินการตามขั้นตอนติ ดตามหนี้จากผู้กู้ยืมมาอย่างต่ อเนื่อง โดยในปีแรกที่ผู้กู้ยื มครบกำหนดชำระหนี้ กองทุนจะส่งจดหมายแจ้งภาระหนี้ ให้แก่ผู้กู้ยืม จากนั้นกองทุนจะมีจดหมายติ ดตามหนี้ค้างชำระ แจ้งเตือนให้แก่ผู้กู้ยืมและผู้ ค้ำประกัน รวมทั้งมีเจ้าหน้าที่โทรศัพท์ แจ้งเตือนภาระหนี้ และส่งข้อความ SMS รวมถึงประชาสัมพันธ์ทางสื่อต่ างๆ ให้รับทราบเพื่อดำเนิ นการชำระหนี้ภายในระยะเวลาที่ กำหนด แต่หากผู้กู้ยืมไม่ได้รั บจดหมายจากกองทุนก็ สามารถตรวจสอบยอดหนี้ และสถานะของตนเองได้ทางเว็บไซต์ กยศ. () และหากผู้กู้ยืมค้างชำระหนี้ จะต้องเสียเบี้ยปรับในอัตราร้ อยละ 12 หรือ 18 ต่อปี ของเงินต้นงวดที่ค้างชำระแล้ วแต่กรณี จนถึงขั้นถูกบอกเลิกสั ญญาและดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งเมื่อถูกดำเนินคดีแล้ วสามารถไปขอไกล่เกลี่ยทำสั ญญาประนีประนอมยอมความที่ศาลได้ และชำระหนี้เป็นรายเดือนได้อีก 9 ปี หรือแม้ว่าไม่ได้ไปศาลและศาลมี คำพิพากษาให้ชำระหนี้ทั้งหมด กองทุนยังได้ให้เวลาผ่อนชำระหนี้ ตามคำพิพากษาอีกระยะหนึ่ง แต่หากผู้กู้ยืมหรือผู้ค้ำประกั นไม่ปฏิบัติตามคำพิ พากษาภายในระยะเวลาที่ กฎหมายกำหนด กองทุนมีความจำเป็นต้องสืบทรั พย์บังคับคดีตามกฎหมาย มิฉะนั้นกองทุนจะมีความผิ ดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากเงินกู้ยืมเป็นเงิ นงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษี ของประชาชน

ทั้งนี้ กองทุนจึงขอฝากเรื่องการค้ำ ประกันการกู้ยืมใดๆ ผู้ค้ำประกันจะต้องตระหนักว่ าจะเป็นภาระผูกพันทางกฎหมาย และขอฝากถึงผู้กู้ยืมให้ชำระหนี้ เป็นปกติ เพื่อไม่ให้ถูกฟ้องร้องจนเดื อดร้อนถึงผู้ค้ำประกัน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นบิดา มารดา ญาติ หรือครู อาจารย์ เพราะหากค้างชำระเป็ นระยะเวลานานจะทำให้เกิดเบี้ ยปรับจำนวนมากอีกด้วย

ปัจจุบัน กองทุนได้ปล่อยเงินกู้ยืมให้แก่ นักเรียน นักศึกษาไปแล้วจำนวนกว่า 5.4 ล้านราย คิดเป็นเงินกว่า 5.7 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้มีผู้กู้ยืมที่ ชำระหนี้เสร็จสิ้นแล้วจำนวน 8 แสนราย อยู่ระหว่างปลอดหนี้ 1 ล้านราย อยู่ระหว่างชำระหนี้ 3.5 ล้านราย แบ่งเป็นผู้ชำระหนี้ปกติ 1.4 ล้านราย ผิดนัดชำระ 2.1 ล้านราย โดยมีผู้ที่ถูกดำเนินคดีแล้ วมากกว่า 1 ล้านราย กองทุนขอให้ผู้กู้ยืมรุ่นพี่ทุ กท่านมีจิตสำนึกความรับผิ ดชอบในการชำระคืนเงินกู้ยืมเพื่ อการศึกษา เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนส่งต่ อโอกาสทางการศึกษาให้แก่รุ่นน้ องต่อไป”

-- advertisement --