จีนลดการบ้านและการเรียนติวของเด็กประถมและมัธยมต้น-2

เหตุใดที่จีนมีความตั้งใจเด็ดขาดในการปฏิรูปการศึกษา ลดการบ้านและลดการเรียนติวข้างนอก

1.ยืนหยัดให้การศึกษาเป็นกิจการสาธารณประโยชน์ ไม่ใช่ธุรกิจ การศึกษาภาคบังคับถือว่าเป็นผลิตผลสาธารณประโยชน์ จะถูกผูกขาดโดยงบทุนไม่ได้ มีอยู่ช่วงหนึ่ง การศึกษากลายเป็นธุรกิจที่มีทุนเข้ามาเยอะมาก จนกลายเป็นเครื่องมือที่เก็งกำไรกัน ผู้ปกครองที่ซีเรียสเรื่องการแข่งขัน ต่างส่งลูกไปเรียนติวที่สถาบันอบรมเสริมต่างๆ

โดยทั่วไปแล้ว เด็กแต่ละคนต้องเสียค่าเรียนติวอย่างน้อยปีละแสนหยวน ไม่มีเสาร์อาทิตย์ ไม่มีวันหยุด เด็กทุกคนรู้สึกเหนื่อย ผู้ปกครองก็รู้สึกเหนื่อยใจเหนื่อยกาย และต้องแบกรับภาระด้านการเงินด้วย

เมื่อทุกคนเรียนติว และฝ่ายครูดี ๆ ก็ไม่ค่อยให้ความสนใจกับการเรียนภายในโรงเรียน เพราะเงินเดือนที่ได้จากโรงเรียนน้อยกว่าค่าตอบแทนที่ได้จากที่เรียนเสริม ครูหลายคนไม่ยอมตรวจการบ้านเด็กด้วย และสั่งให้ผู้ปกครองเป็นผู้ตรวจเอง เวลานานเข้า ก็ยิ่งทำให้ผู้ปกครองต้องส่งลูกไปเรียนติว เพราะการบ้านที่ครูสั่งนั้น ผู้ปกครองก็ทำไม่ได้ หรือไม่มีเวลาตรวจให้

สภาพเช่นนี้ถ้าไม่แก้ไข ก็จะส่งผลกระทบถึงการเรียนการสอนภาคบังคับโดยตรง เพราะการศึกษาขั้นนี้เป็นงานลักษณะสาธารณประโยชน์ ไม่ใช่ผลิตผลหรูหรา การสร้างระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพและเสมอภาค เกี่ยวข้องกับคุณภาพประชากรของทั่วประเทศ

จีนลดการบ้านและการเรียนติวของเด็กประถมและมัธยมต้น-2

2. เปลี่ยนทัศนะที่การเรียนคือการแข่งขัน การเรียนการสอนภาคบังคับควรเป็นกิจการหลักของโรงเรียน ส่วนการเรียนติวนั้นควรเป็นส่วนเสริมของการเรียน แต่สภาพที่เป็นจริงคือ การเรียนล่วงหน้ากลายเป็นกิจการหลักขององค์กรอบรม ผู้ปกครองพากันส่งลูกไปเรียนติวเพื่อเรียนล่วงหน้า

มีครูคนหนึ่ง ถามเด็ก ๆ ในชั้นเรียนว่า ใครไม่ได้เรียนคณิตศาสตร์ของเทอมหน้าล่วงหน้า คนที่ยกมือขึ้นมีเพียง 3 คนเท่านั้น ที่เหลือก็เรียนเสร็จทุกคน เมื่อเป็นสภาพเช่นนี้ ความรู้ที่ควรเรียนในโรงเรียน เด็ก ๆ ได้เรียนไปแล้วจากการเรียนเสริมข้างนอก และเด็ก ๆ ก็จะไม่ใส่ใจการเรียนที่โรงเรียนอีก ส่งผลกระทบถึงระบบนิเวศด้านการศึกษาอย่างมาก

อีกด้านหนึ่ง เด็ก ๆ ใช้เวลาทั้งหมดในการเรียนติว ไม่มีเวลาออกกำลังกาย ไม่มีเวลาพักผ่อน ไม่มีเวลาไปเที่ยวเล่นกับเพื่อน ๆ หรือพ่อแม่ ในชีวิตเด็ก มีแต่การเรียนอย่างเดียว ก็จะส่งผลกระทบถึงการเติบโตของเด็กด้วย

3. ลดภาระให้ผู้ปกครอง เพื่อเดินหน้านโยบายลูกคนที่ 3 

เมื่อก่อนเด็กจะเลิกเรียนตั้งแต่บ่าย 3 โมงครึ่ง ผู้ปกครองส่วนใหญ่ยังไม่เลิกงาน จึงต้องให้ปู่ย่าตายายพาไปเรียนติวต่อ ค่าเรียนติวตกประมาณเดือนละหมื่นหยวน เมื่อกลับบ้านแล้ว ยังต้องตรวจการบ้านที่ครูสั่งให้ลูกด้วย การศึกษาถือว่าเป็นภาระหนักสำหรับผู้ปกครองทั่วไป

ทุกวันนี้ จีนพยายามผลักดันนโยบายลูกคนที่ 3 อยู่ ถ้าการศึกษายังคงเป็นภาระหนักสำหรับผู้ปกครองทั่วไป เขาก็จะไม่มีกำลังเลี้ยงลูกหลายคนได้ เพื่อแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง และผลักดันนโยบายลูกคนที่ 3 จีนจึงใช้มาตรการเด็ดขาดในการปฏิรูปการศึกษา

การศึกษาภาคบังคับถือว่าเป็นพื้นฐานความเสมอภาคของสังคม ในการปฏิรูปอาจจะยังมีปัญหาที่รอแก้ไขหรือที่ไม่ได้คาดคิดบางประการ แต่ความตั้งใจในการรักษาความเสมอภาคของการศึกษาภาคบังคับจะเห็นได้ชัดเจน

(yim/cici)