ตั้ง สุภัทร-ชัยพฤกษ์ ประธานสอบทุจริตCCTV

เผย 4 บริษัทรุดชี้แจง”โกศล”ชี้ความผิดสำเร็จแล้ว ปปท.จะฟันอาญาหรือแพ่ง

วันที่ 18 เม.ย.60 พล.ท.โกศล ประทุมชาติ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการติดตั้งระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) โครงการ Safe Zone School ใน 12 เขต ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แบ่งเป็นโรงเรียนในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)จำนวน 10 เขต สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.)จำนวน 2 เขต รวม 1,104 แห่ง ซึ่งดำเนินการโดย 4 บริษัท ว่าหลังจากคณะทำงานฯ ได้ลงไปหาข้อเท็จจริงในพื้นที่ พบข้อมูลหลายอย่างที่ส่อเค้าว่า มีการทุจริต และเกี่ยวโยงกับผู้บริหารระดับสูงใน ศธ. ดังนั้นตนจึงเสนอให้ นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ แต่งตั้งข้าราชการระดับ 11 เป็นประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง

โดยกรรมการสืบสวนฯ ชุดนี้จะต้องลงพื้นที่หาข้อมูลอีกครั้งหนึ่ง เพื่อนำมาพิจารณาประกอบกับข้อมูลที่มีอยู่ และหากพบว่ามีมูลการทุจริตจริง จะเสนอตั้งกรรมการสอบสวนวินัยขึ้นมาอีก 1 ชุด โดยผู้ที่จะมาเป็นประธานคณะกรรมการทั้ง 2 ชุด จะต้องไม่ใช่ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องดังกล่าว ซึ่งเบื้องต้นจะเสนอให้ ดร.สุภัทร จำปาทอง เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เป็นประธานคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง และหากพบว่ามีมูลการทุจริตก็จะเสนอแต่งตั้ง ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัด ศธ. เป็นประธานคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยต่อไป โดยคาดว่าจะเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนฯ ได้ภายในสัปดาห์นี้

“จากการลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลทางคณะทำงานฯ เกรงว่า ปัญหาการทุจริตดังกล่าว จะเชื่อมโยงไปถึงผู้บริหารระดับสูงของ ศธ. จึงเสนอให้ รมว.ศึกษาธิการ แต่งตั้ง ผู้บริหารองค์กรหลักระดับ 11 เป็นประธานคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนทั้ง 2 ชุด เพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบข้าราชการทุกระดับ เพื่อจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนกรรมการบ่อย ส่วนที่มีข้อห่วงใยว่า หากสืบสวนไปแล้วเจอตอ จะทำให้เรื่องเงียบนั้น ไม่ต้องห่วง เพราะผมมีเลื่อยยนต์อยู่ แต่ตอนนี้ยืนยันว่ายังไม่เจอตอ ไม่มีมวยล้ม ซึ่ง นพ.ธีระเกียรติ ให้ดาบผมมาแล้ว ผมฟันแน่นอน

พล.ท.โกศล กล่าวและว่า ส่วนที่ไม่ได้ส่งเรื่องนี้ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบนั้น การจะส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ต้องมีผู้กระทำผิดจริง ๆ จึงจะส่งเรื่องไปได้ ซึ่งขณะนี้เรายังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่า ใครผิด ขณะเดียวกันคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบเรื่องนี้อยู่แล้ว หากพบว่าใครบ้างที่เข้าไปเกี่ยวข้อง ป.ป.ท.จะส่งเรืองให้ ป.ป.ช.โดยอัตโนมัติ ซึ่งเรื่องนี้มีผู้ที่เกี่ยวข้องหลายฝ่ายเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย อย่างไรก็ตาม บริษัทเอกชนทั้ง 4 แห่งที่ติดตั้งกล้องซีซีทีวี ใน 12 เขตพื้นที่ภาคใต้ ได้ติดต่อขอเข้าพบตน เพื่อชี้แจงข้อมูลแล้ว ซึ่งตนจะให้เข้าพบในเร็ว ๆ นี้

“เรื่องนี้ถือว่าได้กระทำความผิดสำเร็จแล้ว แต่การสอบสวนจะเชื่อมโยงเข้าข่ายคดีแพ่งหรือคดีอาญานั้น ก็ขึ้นอยู่กับ ปปท.” พล.ท.โกศล กล่าว