นายกฯ ชวนสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้

8 ก.ย.วันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ ยูเนสโก ชู Reading the Past, Writing the Future

นายสุรพงษ์ จำจด เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เปิดเผยว่า ตามที่องค์การศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ได้กำหนดให้วันที่ 8 ก.ย.ของทุกปี เป็นวันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ ซึ่งในปี 2559 นี้ ถือเป็นโอกาสพิเศษครบรอบปีที่ 50 โดยทางยูเนสโก ได้กำหนดประเด็นหลักในการเฉลิมฉลองว่า Reading the Past, Writing the Future หรืออ่านอดีต เขียนอนาคต ซึ่งประเทศไทย โดยสำนักงาน กศน. กระทรวงศึกษาธิการ กำหนดจัดกิจกรรมวันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ ขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ ทั้งนี้ จะมีการปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาตลอดชีวิต พ.ศ.(…) ณ หอประชุมบุณยเกตุ (หอประชุมคุรุสภา) ด้วย

ในปีนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ส่งสารเนื่องในโอกาส วันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ วันที่ 8 ก.ย.59 โดยมีใจความว่า

“…การรู้หนังสือมิใช่เป็นเพียงแค่การอ่านออก เขียนได้ แต่ผู้อ่านต้องรู้จักนำทักษะ และองค์ความรู้ที่ได้จากการอ่านมาคิดวิเคราะห์อย่างลึกซึ้ง และรู้เท่าทันบริบททางสังคม ที่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็ว เพื่อนำมาปรับใช้และพัฒนาคุณภาพชีวิตของตน รัฐบาลมีนโยบาย ปฏิรูปการศึกษาและการเรียนรู้ โดยให้ความสำคัญทั้งการศึกษาในระบบ นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัยไปพร้อมกัน เพื่อปลูกฝังนิสัยใฝ่รู้ใฝ่เรียน และรักการอ่าน โดยมุ่งให้ประชาชนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน รวมทั้งผลักดันให้ประชาชน ภาคีเครือข่าย และทุกภาคส่วนของสังคมได้มีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนและส่งเสริมการรู้หนังสือเพื่อให้ประชาชน ได้เห็นความสำคัญของการรู้หนังสือ ซึ่งเป็นการสร้างโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาของประชาชน และแสวงหาความรู้ได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต โดยมีนิสัยรักการอ่านเป็นวิถีชีวิต และเป็นวัฒนธรรมของคนในชาติและพัฒนาคุณภาพชีวิตทั้งส่วนตน และส่วนรวมให้ดีขึ้น อันจะเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ และการพัฒนาสังคม ฐานความรู้ที่เข้มแข็งอย่างยั่งยืนตลอดไป…”

นายสุรพงษ์ กล่าวต่อไปว่า สารดังกล่าวนายกฯ ยังได้เชิญชวนคนไทย และหน่วยงานทุกภาคส่วนในสังคมร่วมกันส่งเสริมและสนับสนุน ให้คนไทยเห็นความสำคัญของการรู้หนังสือและการศึกษา เพื่อให้สามารถคิดวิเคราะห์เป็น รู้ลึก รู้รอบ และรู้เท่าทัน ตลอดจนร่วมสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ที่แท้จริง