พสกนิกรน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายความอาลัย

พสกนิกรน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายความอาลัย

“…เกินคำเอ่ยออกได้ ด้วยหัวใจแตกสลาย
กลืนทุกข์เก็บในกาย เทิดไท้โดยความดี…”

(สยามรัฐ – นายทองแถม นาถจำนง :ร้อยกรอง)

สีดำฉาบทับทั้งผืนแผ่นดินทอง ลูกไทยทั้งผองต่างร่ำไห้ทุกข์ระทมในการเสด็จสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช “พ่อหลวงของชาวไทย”
พสกนิกรทุกทั่วถิ่นต่างน้อมเกล้าฯ ถวายความอาลัยพระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย

…ณ ลานเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จัดพิธีถวายความอาลัย “ในหลวงรัชกาลที่ 9”
โดยมี รศ.ดร.วันชัย ศิริชนะ อธิการบดี พร้อมผู้บริหาร คณาจารย์ นักศึกษา และประชาชนทั่วไปร่วมพิธีทั้งนี้ มหาวิทยาลัยยังได้ออกประกาศ ให้ไว้ทุกข์ตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นการลดธงครึ่งเสา เป็นเวลา 30วัน และแต่งกายไว้ทุกข์เป็นเวลา 1 ปี การประดับผ้าขาว-ดำ ทั้งบริเวณหน้ามหาวิทยาลัย และอาคารสำนักงานอธิการบดี รวมถึงจัดสถานที่เพื่อประกอบพิธีลงนามถวายอาลัย “ในหลวงรัชกาลที่ 9” ที่บริเวณโถงอาคารซี 1 อนึ่ง…ในค่ำของวันที่ 13 ตุลาคม 2559 นักศึกษาแม่ฟ้าหลวง ได้รวมกลุ่มกันบริเวณหน้าลานเฉลิมพระเกียรติ เพื่อสวดมนต์ถวายพระพรแด่ “ในหลวงรัชกาลที่ 9” กระทั่งมีประกาศจากสำนักราชวัง เกี่ยวกับการสวรรคต จึงได้ร่วมกันจุดเทียนและร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี

ด้านมหาวิทยาลัยขอนแก่น รศ.ดร.กิตติชัย ไตรรัตนศิริชัย อธิการบดี นำคณะผูบริหาร อาจารย์ และบุคลากร ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ณ ห้องประชุมแก่นเมือง ชั้น1ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น (หลังใหม่) เมื่อวันที่วันที่ 14 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา ทั้งนี้ มหาวิทยาลัย ได้กำหนดจัดพิธีลงนามถวายความอาลัย เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ “สมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” เพื่อเป็นการแสดงความจงรักภักดี

ขณะที่ ชาว ม.อ. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ จัดพิธีถวายความอาลัย เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมกันทั้ง 5 วิทยาเขต ในค่ำวันศุกร์ที่ 14 ตุลาคม 2559 ณ ลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบรมราชชนก ของทุกวิทยาเขต โดยที่วิทยาเขตหาดใหญ่ รศ.ดร.ชูศักดิ์ ลิ่มสกุล อธิการบดี ได้กล่าวคำถวายอาลัย…จากการที่ทรงเป็นสมเด็จพระบรมธรรมิกราช ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐสุดแก่ปวงชนชาวไทย พระราชจริยวัตรทั้งปวงเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนชาวไทย ทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการ อันเป็นคุณประโยชน์อย่างใหญ่หลวง เป็นที่ประจักษ์ แก่อาณาประชาราษฎร์ทุกหมู่เหล่านับตั้งแต่เสด็จขึ้นเถลิงถวัลราชสมบัติ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พุทธศักราช 2489 ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่พสกนิกรนานัปการ สมดังพระปฐมบรมราชโองการ ที่พระราชทานไว้ตลอดระยะเวลา 70 ปี

“…ชาว ม.อ.ได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระองค์อย่างยิ่ง ที่ได้พระราชนามพระนามของสมเด็จพระบรมราชชนก มาเป็นชื่อของมหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้น้อมนำพระราชปณิธานขอสมเด็จพระบรมราชชนก คือ ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่หนึ่ง มายึดถือ…การเสด็จสวรรคต ของพระองค์ยังความเศร้าสลดเสียใจมาสู่ปวงพสกนิกรสุดจะพรรณา แต่จะขอน้อมนำพระราชปณิธานของพระองค์มาเป็นแนวทางในการทำงาน เพื่อช่วยกันพัฒนาประเทศชาติบ้านเมืองตามรอยพระยุคลบาทสืบไป”

เช่นเดียวกับที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย และ”ราชมงคลพระนคร”ศูนย์โชติเวช จัดพิธีถวายความอาลัย ท่ามกลางความอาดูรและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น

ขณะที่เหล่าข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา อาทิ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา นครราชสีมา เขต 4 และ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 32 (บุรีรัมย์) รวมใจเป็นหนึ่ง แสดงความจงรักภักดีถวายความอาลัย “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช” อย่างพร้อมเพรียงกัน