ม.เกษตร ตั้งก.ก.สอบข้อเท็จจริง+เยียวยาปี1จมบ่อ

ศธ.ไล่บี้วางกรอบแนวทางจัดกิจกรรมเพื่อน้องใหม่ อย่างชัดเจน คณะผู้บริหาร มก.แถลง “น้องบอส” จมน้ำหลังเฉลยสายรหัส ยันไม่ใช่รับน้อง-ไม่มีบังคับ เผยอาการดีขึ้นคาดออกจากไอซียู 13 ก.ย.

จากกรณีเกิดเหตุการณ์น้องบอส หรือนายโชคชัย ทองเนื้อขาว นิสิตชั้นปีที่ 1 คณะพาณิชย์นาวีนานาชาติ หลักสูตรการขนส่งทางทะเล มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) วิทยาเขตศรีราชา ที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมพี่พบน้องเพื่อ “เฉลยสายรหัส” ร่วมกับรุ่นพี่ของคณะ และเกิดจมน้ำบริเวณบ่อบำบัดน้ำเสีย จนอาการสาหัสต้องเข้ารับการรักษาอยู่ในห้องไอซียู โรงพยาบาลชลบุรี ต่อมาผู้บริหาร มก.โดย ดร.จงรัก วัชรินทร์รัตน์ รักษาการแทนอธิการบดี มก.ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และชี้แจงเบื้องต้นว่ากิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ไม่ใช่การรับน้องแต่อย่างใด และบริเวณที่น้องบอส จมน้ำเป็นสระกักเก็บน้ำ หรือแก้มลิงของมหาวิทยาลัย บ่อเก็บน้ำฝนไม่ใช่บ่อบำบัดน้ำเสียหรือสารเคมี ดังที่ปรากฎเป็นข่าว พร้อมยืนยันว่ามหาวิทยาลัยจะรับผิดชอบนั้น

เมื่อวันที่ 12 ก.ย.59 พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ น.ส.อาภรณ์ แก่นวงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)เร่งรายงานข้อเท็จจริงเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมกันนี้ขอให้ไปดูรายละเอียดต่าง ๆ เรื่องการรับน้องว่ามีข้อดี หรือข้อควรระวังอะไรบ้าง โดยหารือกับมหาวิทยาลัยถ้าทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าการรับน้องมีข้อดีอย่างไร และก็ต้องกำหนดกรอบแนวทางการรับน้องให้ชัดเจนว่า ข้อดีมีกี่ข้อ ในแต่ละข้อควรจะจัดกิจกรรมในรูปแบบใด โดยต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของเด็กเป็นสำคัญ มารายงานให้ตนทราบ ทั้งนี้เพื่อให้เด็กและผู้ปกครองจะได้สบายใจ อย่างไรก็ตามเท่าที่ดูเชื่อว่ารุ่นพี่ไม่มีเจตนาที่อยากจะทำให้รุ่นน้องได้รับอันตราย

ถ้าทุกคนเห็นตรงกันว่าการรับน้องมีข้อดี ก็ต้องทำข้อตกลงร่วมกันกำหนดกรอบกิจกรรมให้ชัด เพื่อให้ผู้ปกครองสบายใจว่าลูกหลานมีความปลอดภัย ทุกคนได้รับในสิ่งที่เป็นข้อดีของการรับน้อง เพราะถ้าต่างฝ่ายก็ต่างไปคิดไปทำ แม้จะเจตนาดีแต่วิธีการที่เด็กคิดไม่เหมือนกัน ดังนั้นเราเป็นผู้ใหญ่ก็ต้องช่วยเขาคิดว่าอะไรที่ควรทำ อะไรที่ควรระวัง ผมเองก็ผ่านการรับน้องมา ผมเชื่อว่าเด็กๆ ตั้งใจดีทุกคน แต่ต้องทำให้ชัดเจนและอยู่ในกรอบอันเดียวกัน”พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว

รศ.นพ.กำจร ตติยกวี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับรายงานข้อมูลจากนิสิต ที่ร่วมกิจกรรมเล่าว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเวลา 20.00 น.ของวันที่ 9 ก.ย.59 ภายหลังมีกิจกรรม “เฉลยพี่รหัสน้องรหัส” ได้มีการละเล่นที่ทำให้เนื้อตัวเปรอะเปื้อน รุ่นน้องบางคนจึงได้ลงไปล้างตัวในบ่อกักเก็บน้ำที่อยู่ข้างตึกเคมี ซึ่งน้องบอส ก็ได้ลงไปล้างตัวเช่นกัน และก็มีรุ่นน้องคนหนึ่งว่ายน้ำข้ามฟาก รุ่นพี่ก็ถามว่าน้องบอส ว่ายไหวหรือไม่ ซึ่งน้องบอส ก็ว่ายน้ำออกไปเลย เมื่อว่ายไปถึงฝั่งปรากฏว่าไม่มีที่ให้ขึ้นและจุดที่ขึ้นลื่น ปรากฎว่าน้องบอส จมลงไป ซึ่งรุ่นพี่และเพื่อนที่อยู่บนฝั่งก็ลงไปช่วยขึ้นมาใช้เวลาไม่ถึงนาที ก็พบน้องบอส ยังมีสติอยู่ แต่มีอาการสำลักน้ำ จึงรีบนำส่งโรงพยาบาล

“จากที่ได้รับรายงานตรงนี้ เป็นกิจกรรมระหว่างพี่รหัสและน้องรหัส ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการให้คำปรึกษาและแนะนำน้องเรื่องการศึกษา มอบหนังสือเก่าให้น้อง เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยอยู่แล้ว เหตุการณ์ครั้งนี้เท่าที่ฟัง เบื้องต้นคาดว่าจะเป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้คาดหมาย และตัวน้องบอสก็ว่ายน้ำเป็น ส่วนที่มองว่าเป็นการรับน้องนั้น เพราะสังคมมองว่าการรับน้องเป็นเรื่องของการใช้อำนาจของพี่สั่งให้รุ่นน้องทำนั่นทำนี่ ซึ่งผมก็ได้ถามว่าเป็นการสั่งหรือไม่ก็ได้รับคำตอบว่าทางรุ่นพี่ยืนยันว่าเป็นการทำกิจกรรมเล่นสนุกสนานกัน เรื่องดังกล่าวจึงเป็นอุบัติเหตุและไม่ได้มีการระมัดระวัง ส่วนที่ทางมหาวิทยาลัยระบุว่าใช้สระน้ำดังกล่าวในการฝึกปฏิบัติด้วยนั้น ต้องให้ทางมหาวิทยาลัย เป็นผู้ชี้แจง”

ปลัด ศธ.กล่าวและว่า สำหรับอาการของน้องบอส ขณะนี้ทราบว่าดีขึ้นแล้ว ก็ขอให้รอน้องบอสอาการดีขึ้นก็น่าจะสามารถสอบถามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม รมว.ศึกษาธิการ ได้กำชับให้แจ้งไปยังทุกมหาวิทยาลัยให้ดูแลการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ต้องดูแลความปลอดภัยของนิสิต นักศึกษา อย่างเข้มงวดเพราะไม่มีใครต้องการให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น

วันเดียวกันที่ มก.บางเขน เวลา 16.00 น. ดร.จงรัก พร้อมด้วย รศ.ดร.ก่อโชค จันทวรางกูร รักษาการแทนรองอธิการบดี วิทยาเขตศรีราชา และพลเรือโท ศ.เกียรติคุณ นิรุทธ์ หงส์ประสิทธิ์ คณบดีคณะพาณิชยนาวีนานาชาติ มก.วิทยาเขตศรีราชา แถลงข่าวชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีนิสิตคณะพาณิชยนาวีนานาชาติ ประสบเหตุจมน้ำ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 9 ก.ย.59

ดร.จงรัก กล่าวว่าภายหลังที่เกิดเหตุการณ์ ตนและคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยได้เดินทางไปเยี่ยมนิสิต เท่าที่ดูอาการของนิสิตดีขึ้น และตนได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณพ่อของนิสิต ซึ่งท่านไม่ได้เป็นห่วงใยเฉพาะลูกของตนเองเท่านั้น แต่ก็ห่วงใยไปยังนิสิตรุ่นพี่คนอื่นๆ ด้วย โดยทางมหาวิทยาลัยก็รับผิดชอบเต็มที่ในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น การรักษาพยาบาล การดูแลสภาพจิตใจ และช่วยเหลือเยียวยาทุกรูปแบบทั้งคุณพ่อและคุณแม่

อย่างไรก็ตาม กิจกรรมครั้งนี้ เป็นกิจกรรมเสริมหลักสูตร ระบบเฉลยพี่รหัส ที่รุ่นพี่ได้ดำเนินการให้รุ่นน้อง เพื่อเป็นการสร้างความประทับใจและช่วยเหลือกันระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้อง เป็นกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ เป็นกระบวนการที่ทำให้พี่กับน้องรักกัน ไม่ใช่กิจกรรมประชุมเชียร์ ไม่มีการบังคับ และไม่มีกิจกรรมว้ากอย่างแน่นอน

โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นช่วงหลังจากกิจกรรมเฉลยพี่รหัสเรียบร้อยแล้ว และมีเด็กบางกลุ่มตัวเปื้อน จึงได้ไปล้างเนื้อล้างตัวที่บ่อ ซึ่งเบื้องต้น มีนิสิตที่ได้รับอุบัติเหตุและมีนิสิตรุ่นน้องอีกคน รวมถึงรุ่นพี่สายรหัส ทั้งหมด 3 คน และได้มีการบอกให้ว่ายน้ำไปอีกฝั่ง แต่ไม่แน่ใจว่าด้วยเหตุได้ นิสิตถึงได้จมน้ำไปเมื่อรุ่นพี่เห็นเหตุการณ์ก็ได้เข้าไปช่วย และพาไปส่งโรงพยาบาลได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงจะเป็นเช่นใดนั้น มหาวิทยาลัยจะเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่ขอให้นิสิตปลอดภัย รวมถึงรุ่นพี่ต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ มีอาการดีขึ้นด้วย

“ขอไม่ตอบว่ากิจกรรมครั้งเป็นกิจกรรมรับน้องหรือไม่ ผมคงไม่ตอบ แต่เป็นกิจกรรมที่ทางมหาวิทยาลัยจัดขึ้นเพื่อสร้างสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง และผมก็มีนโยบายชัดเจน ไม่ให้มีการบังคับให้นิสิตเข้าร่วมกิจกรรม แต่ทั้งนี้ ตอนนี้ขอให้นิสิตปลอดภัย ในฐานะมหาวิทยาลัยก็ยอมรับความผิดพลาด และจะแก้ไขเยียวยาในสิ่งที่เราสามารถทำได้ โดยยังคงยึดเอานิสิตเป็นที่ตั้ง และผมในฐานะผู้บริหารจะกลับมาทบทวนระบบการจัดกิจกรรมที่จะดำเนินการกับนิสิต เช่น ต้องมีอาจารย์อยู่ด้วยตลอดเวลา โดยเฉพาะเรื่องกิจกรรมที่ต้องเกี่ยวกับน้ำ คงต้องมีการบังคับบัญชาให้มากขึ้น ตรงไหนที่เป็นจุดอ่อน เป็นอันตราย โดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจเราต้องแก้ไข เราเป็นมหาวิทยาลัยที่มีนิสิต 67,000 คน และมีการจัดกิจกรรมฝึกปฎิบัติตลอด อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ เราต้องระมัดระวัง มีมาตรการจัดการความเสี่ยงให้ลดน้อย และขอย้ำว่า มก.ไม่ได้คิดทำร้ายนิสิต และพร้อมให้ข้อมูลกับสังคมในทุกเรื่อง ไม่มีการปิดบัง” รักษาการแทนอธิการบดี มก.กล่าว

พลเรือโท ศ.เกียรติคุณ นิรุทธ์ กล่าวว่า คณะพาณิชย์นาวีนานาชาติ มก. ได้ดำเนินการจัดการเรียนการสอนและเปิดรับนิสิตรุ่นแรก ปี 2543 ปัจจุบันผลิตบัณฑิตไปแล้ว 8 รุ่น จำนวน 2,000 กว่าคน โดยปีหนึ่งรับนักศึกษาทั้งหมด 250 คน จัดการเรียนการสอน 3 หลักสูตร หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมต่อเรือและเครื่องกลเรือ หลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การเดินเรือ และหลักสูตรวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการขนส่งทางทะเล โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ตน นิสิตรุ่นพี่ และคณาจารย์รู้สึกเสียใจ และไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งขณะนี้ ทางคณะได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว แต่ยังไม่กำหนดเวลาชัดเจน และยังไม่มีการลงมือสอบสวน เพราะคณะยังไม่คิดลงโทษใด และขอให้นิสิตปลอดภัย รวมถึงรุ่นพี่อยู่ในสภาพปกติ เนื่องจากตอนนี้ไม่ใช่นิสิตที่ได้รับอุบัติเหตุเท่านั้นที่น่าเป็นห่วง นิสิตรุ่นพี่ก็มีสภาพจิตใจที่น่าเป็นห่วงเช่นเดียวกัน ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้ให้จิตแพทย์เข้าไปพูดคุยเพื่อดูสภาพจิตใจเบื้องต้นแล้ว

“ขอยืนยันว่า คณะพาณิชยนาวีนานาชาติ ไม่มีการจัดกิจกรรมรับน้อง เรามีเพียงกิจกรรมเสริมสร้างสัมพันธ์ภาพ เป็นกิจกรรมเฉลยรหัส ที่ทุกคณะดำเนินการมาตลอดทุกปี ไม่บังคับให้รุ่นน้องเข้าร่วม และไม่มีการสั่งการจากรุ่นพี่ อีกทั้ง ได้รับการอนุญาตจากมหาวิทยาลัยให้จัดกิจกรรมดังกล่าวอย่างทุกต้อง มีอาจารย์ดูแล ซึ่งปีนี้มีนิสิตเข้าร่วมประมาณ 400 คน และไม่เข้าร่วม 100 กว่าคน โดยกิจกรรมเป็นการเฉลยพี่รหัส เล่นเกมส์สนุกสนาน และมีการคลุกฝุ่นบ้าง ซึ่งกลุ่มนิสิตที่ได้รับอุบัติเหตุ รวมทั้งหมด 3 คนมีแฝดรหัสและรุ่นพี่ ได้ลงไปล้างเนื้อล้างตัวในบ่อน้ำ แต่อาจเพราะอ่อนแรงจากการทำกิจกรรม เมื่อลงน้ำที่ค่อนข้างเย็น จึงคาดว่าน่าจะเป็นตะคริว จึงทำให้จมน้ำ ซึ่งมีรุ่นพี่ได้เข้าช่วยเหลือทันทีเมื่อเห็นเหตุการณ์ และนำส่งโรงพยาบาล ทางแพทย์เกรงว่าปอดจะเกิดอาการติดเชื้อ ได้ให้ยาเพื่อปอดทำงานน้อยลง และเชื้อโรคไม่แพร่กระจายไปที่อื่น ดังนั้น ไปเยี่ยมจึงเห็นน้องบอส มีอาการสลึมสลือตลอดเวลา แต่ล่าสุด ทางรพ.แถลงว่า นิสิตมีอาการดีขึ้น รู้สึกตัวตอบสนองต่อการเรียก ได้ลดการใช้ และเครื่องช่วยหายใจ คาดว่าจะออกจากห้องไอซียูได้ภายในวันที่ 13 ก.ย.59” คณบดีพาณิชยนาวีนานาชาติ กล่าว

อย่างไรก็ตาม บ่อน้ำดังกล่าว ทางคณะพาณิชยนาวีนานาชาติ ใช้สำหรับการทำงานวิจัน เช่น การต่อเรือโซลาเซลล์และนำไปทดลองลอย ในน้ำ ความแรงของคลื่น โดยผู้ทดลองต้องลงไปลอยอยู่ในน้ำ แต่การทดลองทุกครั้งจะอยู่ในความดูแลของอาจารย์อย่างใกล้ชิด และไม่มีการอนุญาตให้นิสิตลงไปน้ำในบ่อน้ำดังกล่าว ตามใช้ชอบ เพราะการทำทดลองวิจัยจะต้องมีอนุญาตใช้บ่อน้ำกับทางคณะทุกครั้ง ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีการตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง และอยู่ในเกณฑ์ดี ไม่มีการปนเปื้อน แต่ที่เห็นว่าขุ่น เนื่องจากช่วงนี้มีฝนตกอย่างต่อเนื่อง และทำให้มีเกิดตะกอนขึ้นได้ โดยเมื่อเกิดเหตุการณ์ ได้มีการให้ตรวจสอบคุณภาพน้ำใหม่อีกครั้ง ตอนนี้กำลังรอผลการตรวจสอบอยู่