แนะรัฐหาทางดูแลเอกชนช่วยจัดการศึกษา

กลุ่ม รร.เอกชน เห็นดีด้วยรวมงบเรียนฟรีนักเรียนให้พ่อแม่จัดการเอง

ม.ล.ปริยดา ดิศกุล เลขานุการ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ มีนโยบายให้ปรับรูปแบบการจัดหาหนังสือแบบเรียนตามโครงการเรียนฟรี เรียนดี 15 อย่างมีคุณภาพ โดยให้จัดซื้อหนังสือเข้าโรงเรียนเพื่อให้เด็กยืมเรียนแทนการแจกให้เด็กทุกคน ว่า ก่อนหน้านี้โรงเรียนเอกชนไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว แต่เมื่อได้มีการทำความเข้าใจและชี้ให้เห็นถึงผลดีที่จะประหยัดงบฯ ค่าหนังสือ แล้วนำเงินส่วนนี้แปลงเป็นเงินอุดหนุนเข้าโรงเรียนไปใช้ในการพัฒนาการศึกษาได้ ซึ่งทางโรงเรียนเอกชนก็เห็นด้วย พร้อมมีข้อเสนอเพิ่มเติมถึงการจัดซื้อชุดนักเรียนตามโครงการเรียนฟรีฯ ด้วยว่า เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ปกครองไม่ได้ซื้อชุดนักเรียนให้เด็กทุกปี ดังนั้นการจัดสรรงบฯ เรียนฟรีในส่วนที่ให้ตัวเด็ก น่าจะรวมให้เป็นก้อน เพื่อให้ผู้ปกครองไปบริหารจัดการซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นที่เกี่ยวกับการเรียน เช่น รองเท้า ถุงเท้า หนังสือเรียน เป็นต้น

ม.ล.ปริยดา กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยถึงกรณีผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการประกาศใช้ ร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ฉบับใหม่ ที่มีการปรับอัตราเรียกเก็บภาษีโรงเรือนสูงขึ้น แต่ขณะนี้ได้ชะลอการบังคับใช้ออกไป 1 ปี เพื่อทบทวนในประเด็นดังกล่าวว่าอย่างน้อยก็ให้คงอัตราเดิม ซึ่งตนเห็นด้วยว่าต้องมีการทบทวน แต่คิดว่าควรยกเว้นการจัดเก็บภาษีโรงเรือน กับผู้ประกอบการด้านการศึกษาไปเลย รวมถึงเรื่องของค่าไฟที่รัฐควรเข้าไปดูแลด้วย เพราะโรงเรียนเอกชนมีค่าใช้จ่ายส่วนนี้ค่อนข้างสูง

อย่างไรก็ตาม โรงเรียนเอกชน นั้นถือว่าได้เข้ามาแบ่งเบาภาระของรัฐในการจัดการศึกษา ซึ่งภาครัฐก็ควรมีแนวทางที่จะดูแลเพื่อให้โรงเรียนเอกชนอยู่ได้ด้วย ซึ่งตนได้ขอให้ทางโรงเรียนเอกชนไปรวบรวมปัญหาและอุปสรรค รวมถึงแนวทางแก้ไขปัญหามาเสนอ เพื่อจะได้นำหารือกับรมว.ศึกษาธิการเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป