ศานนท์ ชี้ คนทำงาน ‘ตรงสาย’ เหลือไม่ถึงครึ่ง ลั่น ‘หลักสูตร’ ต้องปรับตามโลกเปลี่ยน

เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธาน ประชุมขับเคลื่อนนโยบายด้านการศึกษาสู่การปฏิบัติ โดยมี นายเกรียงไกร จงเจริญ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่สำนักการศึกษา ผู้อำนวยการเขต หัวหน้าฝ่ายการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษาโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร และศึกษานิเทศก์ กว่า 700 คนร่วมประชุม

ในตอนหนึ่ง นายศานนท์กล่าวในประเด็น ‘หลักสูตร’ ว่าปัจจุบันมีนักเรียนในโรงเรียนสังกัดกรุงเทพมหานคร ประมาณ 261,160 คน มีหลักสูตรที่มีความเหมาะสม แต่อาจจะต้องปรับตัวอยู่เรื่อยๆ เพราะโลกเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา หลักสูตรที่เริ่มต้นปีนี้อาจจะไม่เหมาะสมในเดือนหน้า ในปีหน้า และในอนาคต หลักสูตรต้องเป็นอะไรที่ปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว ในอนาคตหลักสูตรจะยิ่งสำคัญมากขึ้น ครูอาจจะต้องลดบทบาทจากการเป็นผู้สอน มาเก็บเกี่ยวความรู้เข้ามาในหลักสูตรของระบบการศึกษาให้เร็วยิ่งขึ้น หลักสูตรที่แข็งตัวจะต้องอ่อนลง พร้อมปรับตัวรับกับความรู้ใหม่ๆ ได้มากขึ้น

“ปัจจุบันคนไม่ได้ทำงานตรงสายที่เรียนมา คนทำงานตรงสายจะเหลือไม่ถึงครึ่งแล้ว ส่วนใหญ่แล้วในตลาดแรงงานโลกเปลี่ยนไปมาก ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครชอบพูดว่า เด็กรุ่นใหม่สมัยนี้เขาไม่ได้สมัครงานแล้ว เขาสร้างงานด้วยตัวเอง เพราะฉะนั้นสิ่งต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจบไปตลาดแรงงานต่างๆ จะเปลี่ยนไปหมดเลย อาจจะต้องปรับปรุงหลักสูตรต่างๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ นอกจากนี้ จะเพิ่มนโยบายการศึกษาอีกข้อหนึ่ง ที่เป็นแนวทางสนับสนุนเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษา

อาจจะเป็นการศึกษาคู่ขนานที่อยู่นอกระบบกับในระบบ ซึ่ง กทม.ไม่ได้โดดเดี่ยวและทำคนเดียว ปัจจุบันได้ร่วมกับกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาทำเรื่องนี้อยู่แล้ว เป็นอีกนโยบายที่เพิ่มเข้ามา ที่จะทำให้ กทม. เป็นต้นแบบของการดูแลเด็กที่หลุดออกจากระบบ ดูแลนอกห้องเรียน ซึ่งเรายังมีห้องสมุดเคลื่อนที่ โดยสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว ได้ดูแลห้องสมุดอยู่หลายที่ อาจร่วมมือกับ Professional อย่างเช่น TK Park ที่เขาดูแลเรื่องห้องสมุด ซึ่งจะมีองค์ความรู้ที่จะมาให้กับ กทม. ไม่ใช่แค่ให้อย่างเดียว แต่ยังมาร่วมทำกับ กทม.ด้วย เราก็จะไม่โดดเดี่ยว มีภาคีที่เป็น Professional ในด้านต่างๆ เข้ามาร่วมกันจัดกิจกรรมเรียนรู้เพิ่มเติมกับเด็กในชุมชนหรือเด็กนอกระบบการศึกษา” นายศานนท์กล่าว